3 หมู่บ้าน ‘พอเพียง’ ตามแนวพระราชดำรัส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540 ที่หมายถึงความพอเพียงในทุกสาขาวิชาชีพ แต่ความจริงแล้วก่อนหน้านั้นในหลวงของปวงชนชาวไทยทรงพยายามที่จะปลูกฝังความพอเพียงมาตั้งแต่ปี 2529 ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

สำหรับสังคมเมืองการปฏิบัติตนตามทฤษฎีที่ว่าอาจเป็นเรื่องยาก แต่ในสังคมชนบทที่ชุมชนมีการรวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง การน้อมนำเอาพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติเป็นเรื่องที่เป็นไปได้มากกว่า แม้ว่าแต่ละชุมชนจะต้องผ่านการต่อสู้กับอุปสรรคที่สาหัสไม่แพ้กัน

บ้านต้นผึ้ง ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน เป็นหนึ่งในหมู่บ้านสร้างเสริมสุขภาพตามแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จนวันนี้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านตัวอย่างที่ชุมชนรอบข้างยกให้เป็นแบบอย่าง

เริ่มต้นด้วยโครงการคัดแยกขยะ หลังจากทัศนีย ภาพของชุมชนรวมทั้งแม่น้ำที่ไหลผ่านเริ่มแย่ลงทุกวัน เนื่องมาจากการทิ้งขยะไม่เป็นที่และไร้ทิศทางในการจัดการ ก่อน จะตามมาด้วยโครงการปุ๋ยหมักชีวภาพซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ

ส่วนอ่างล้างจานเอสเอ็มแอลประจำหมู่บ้าน ภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของชุมชน เกิดขึ้นหลังพบว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่มีการชุมนุมคนมากแล้วมักเอาจานไปล้างจนทำให้แม่น้ำเสื่อมโทรม และเพื่อให้สมกับเป็นหมู่บ้านสร้างเสริมสุขภาพโครงการดนตรีพื้นเมืองสะล้อซอซึง โดยมีปรมาจารย์ที่อยู่ในชุมชนเป็นผู้ฝึกสอน เพื่อดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ห่างไกลยาเสพติด

ไม่เพียงเท่านั้นทุกวันนี้บ้านต้นผึ้งมีปั๊มน้ำมันชุมชนที่มีสมาชิกหมู่บ้านเป็นหุ้นส่วน มีตลาดแลกเปลี่ยนผักปลอดสารพิษในชุมชน ซึ่งเป็นผลผลิตที่มีมากเกินสำหรับบริโภคในแต่ละวัน

ขณะที่บ้านทุ่งยาว หมู่ 7 ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน อีกหนึ่งหมู่บ้านตัวอย่าง นอกจากจะมีต้นทุนจากป่าที่ชุมชนช่วยกันดูแลรักษาเนื้อที่กว่า 2,500 ไร่ การเกษตรที่นี่ซึ่งว่ากันว่าคิดรายได้รวมกันได้กว่า 1 ล้านบาทต่อปี เป็นแบบผสมผสานซึ่งทำให้เจ้าของสวนมีรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุกวัน จนเงินแทบไม่มีความหมาย

ไม่ว่าจะเป็นผักสวนครัวปลอดสารพิษที่มีให้เลือกบริโภคหลากหลาย สมุนไพรพื้นบ้านที่ปลูกไว้เพื่อใช้ในการรักษาคนในชุมชนยามเจ็บไข้ได้ป่วย รวมถึงสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงกำลัง เพื่อการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร

และไม่ลืมที่จะสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีพ่ออุ้ยแม่อุ้ยเป็นครูภูมิปัญญาที่สอนทั้งการปั่นฝ้าย ตัดตุง จักสาน ไปจนถึงการเตรียมเครื่องใช้ในพิธีกรรม ซึ่งแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถี ชีวิตของคนบ้านทุ่งยาว

โดยเฉพาะประเพณีการเลี้ยงผีฝายที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน หลังจากผู้นำหมู่บ้านในยุคแรกได้ทำการขุดเหมืองฝายเพื่อผันน้ำมาสู่ชุมชน ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 3 ปีจึงแล้วเสร็จ แต่นับจากวันนั้นถึงวันนี้ เหมืองฝายภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีอยู่ไม่เคยแห้งเหือด

วันนี้คนบ้านทุ่งยาวจึงกลับมาทำไร่ไถนาอยู่กับบ้าน เลิกคิดที่จะขายแรงงานให้กับนิคมอุตสาหกรรมที่ไม่เคยเหลือเงินพอที่จะซื้อข้าวกินในแต่ละวัน

แม้บ้านแม่คำปอง ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาใน ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ จะไม่เข้มแข็งมายาวนานเท่า แต่ที่นี่ก็ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 20 หมู่บ้านดีเด่นภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเช่นกัน จากที่สมาชิกเคยขาดความรู้ความเข้าใจในการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เยาวชนขาดจิตสำนึกรักบ้านเกิด

ผู้นำชุมชนจึงต้องเริ่มต้นตั้งแต่ให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมกับการแก้ปัญหาสุขภาพของคนในชุมชน จนเข้าปีที่ 2 จึงเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

วันนี้บ้านแม่คำปองจึงไม่เพียงประสบความสำเร็จในการสร้างความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจของหมู่บ้านด้วยธุรกิจโฮมสเตย์ พร้อมกับการปกป้องป่าให้สมบูรณ์เพราะต้องอาศัยพลังงานน้ำมาผลิตไฟฟ้าให้กับชุมชน โดยมีป่า 4 ชั้นซึ่งประกอบด้วย ไม้ใหญ่ ถัดมาเป็นต้นเมี่ยงและกาแฟ แหล่งรายได้ของชุมชน พืชผักสวนครัวและวัชพืชที่มีไว้ช่วยคลุมดินเป็นจุดเด่น

ทั้ง 3 หมู่บ้านล้วนเป็นชุมชนตัวอย่างที่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง และหากทุกชุมชนมีความเข้มแข็งและเข้าใจหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้ เศรษฐกิจโลกจะเป็นเช่นไรก็ไม่สามารถส่งผลกระทบใด ๆ ได้

ขอบคุณข้อมูล จาก สสส.